ความรุนแรงทางเพศ ของผู้ชายในแอฟริกาใต้

ความรุนแรงทางเพศ ของผู้ชายในแอฟริกาใต้

31 ธันวาคม 2020 0 By admin admin

ความรุนแรงทางเพศ ของผู้ชายในแอฟริกาใต้ ขณะที่กฎหมายทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญต่อทุกเพศ ไม่เว้นเพศที่สาม ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการพูดถึง แต่ในแอฟริกากลับเห็นสวนทาง ซึ่งได้เห็นว่าเป็นเรื่องน่าอายหรือเรื่องอัปยศสูงสุด ขณะเดียวกันคนอีกจำนวนมาก มีความเชื่อว่า ผู้ชายไม่สามารถที่จะตกเป็นเหยื่อในการข่มขืนหรือตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนได้

 

แต่จะอย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะหลัง ๆ ที่ผ่านมา ก็ได้เริ่มมีจำนวนผู้ชายได้รับการข่มขืน หรือตกเป็นเหยื่อที่ได้รับการข่มขืน และออกมาเปิดเผยเพิ่มขึ้นหรือมีจำนวนมากขึ้น และได้ออกมาเผยเรื่องราวของตนเองให้สังคมได้รับทราบมากขึ้น โดยสลัดความอับอายหรือความอัปยศที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องปิดบังทิ้งไป ทั้งนี้เพื่อร่วมรณรงค์ให้ผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนความคิดหรือเปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีให้หมดไป แล้วกลับมาคิดในเรื่องใหม่ที่สังคมยอมรับมากขึ้นในเรื่องทางเพศและการข่มขืนผู้ชาย ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และสามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมที่ล้าหลัง

ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะพวกเขาไม่เคยคิดว่าเด็กชายหรือแม้แต่ผู้ชายจะถูกกระทำเช่นนั้นได้ และนี่คือความคิดและคำบอกเล่าของ ออนยันโก ออเทียโน ชายหนุ่มชาวเคนยาที่เคยถูกข่มขืนเมื่อตอนเขาอายุ 20 ปี และไม่อาจเปิดเผย หรือเรียกร้องอะไรได้ โดยต้องเก็บเรื่องกินใจนี้ไว้นานเป็นเวลาถึง 10 ปีก่อนที่เขาจะตัดสินใจบอกเรื่องดังกล่าวให้โลกออนไลน์ได้รับทราบ ทั้งนี้เพื่อสร้างเคลือข่ายและให้มีผ้าช่วยเหลือกับเรื่องที่อาจเกิดขึ้นกับชายอีกหลาย ๆ คนในทำนองเดียวกัน โดยต้องการให้สังคมได้ตระหนักถึงความรุนแรงทางเพศต่อผู้ชาย

ขณะเดียวกัน โนวาตุส มารันดู ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Linda Community ที่ได้รณรงค์และต่อต้านปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่องของเด็กชายในแทนซาเนีย เล่าว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับผู้ชายที่จะยอมออกมเผยตัว และกล้าพูดว่า ‘ตอนผมอายุเท่านั้น เท่านี้มีคนมาหลอกและทำการข่มขืนผม’ โนวาตุส ก็เป็นชายอีกคนหนึ่งที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่ออยู่ในวัยเด็ก ซึ่งตอนนี้เขาไม่กล้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนอื่นรู้เลย “ในสังคมของเรา ไม่เคยมีใครให้ข้อมูลที่เพียงพอนี้แก่เด็กมาก่อน แต่ก็มีผู้ใหญ่ได้กระทำแก่พวกเขา”

 
เอ็นทาปิเซง รามอทวาลานักจิตวิทยาชาวแอฟริกาใต้
ได้ชี้ว่า วัฒนธรรมแอฟริกามีค่านิยมทางเพศที่ไม่เอื้อต่อการเยียวยาในเรื่องนี้ ทำใหบาดแผลทางจิตชองชายที่ตกเป็นเหยื่อยิงรุนแรงขึ้น เนื่องจากทัศนคติทางเพศแบบเหมารวมที่มองเพียงว่าผูชายเป็นเพศที่มีความแข็งแรงกว่า ทั้งทางร่างกายและจิตใจ กลับเป็นอุปสรรคต่อการที่ผู้ชายจะกล้าเปิดอกคุยในประเด็นเหล่านี้ เพื่อการขอความช่วยเหลือ

นักจิตวิทยาผู้นี้ยังชี้แนะต่ออีกว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ชายจะต้องเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องนี้ และออกมายอมรับว่าความรุนแรงทางเพศกับผู้ชายก็เป็นอาชญากรรมเช่นกัน