ตกงานจากพิษ covid จะตั้งตัวอย่างไรดี 

ตกงานจากพิษ covid จะตั้งตัวอย่างไรดี 

23 มีนาคม 2021 0 By admin admin

ตกงานจากพิษ covid จะตั้งตัวอย่างไรดี 

    การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 นั้นเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่คนทั้งโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า และบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือบุคคลที่ทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เมื่อขาดแคลนรายได้หรอผู้ประกอบการก็จำเป็นที่จะต้อง ให้พนักงานหยุดงานหรือปลดออกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของกิจการ ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นนอกจากจะ ส่งผลต่อสุขภาพแล้วยังส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินด้วย

เพราะมี หลายคนที่กลายเป็นคนตกงานกระทันหันโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว จากเดิมทีที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ใฝ่ฝันหาอิสระแต่พอได้มาโดยที่ไม่ทันรับมือนั้นมันก็ก่อให้เกิดความเครียดได้ไม่ยาก ดังนั้นเมื่อ เราตกเข้าสู่สภาวะคนตกงานแล้ว ล่ะก็สิ่งแรกที่จะต้องทำนั่นก็คือการตั้งสติ การตีโพยตีพายหรือการพยายามหาว่าใครผิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

เมื่อมีสติแล้วให้หรือว่าวันที่เราจะถูกเลิกจ้างนั้นเป็นวันไหน ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ประกอบการมักจะแจ้งพนักงานล่วงหน้า 1 เดือน ดังนั้นเราจึงยังคงพอมีเวลาในการทำใจและวางแผนในการใช้ชีวิตโดยเฉพาะการวางแผนด้านการเงิน และอย่าลืมศึกษากฎหมายในกรณีที่ลูกจ้างถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดนั้นนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วแต่ระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง

เงินส่วนนี้จะกลายเป็นเงินสำรองให้เราสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในขณะที่กำลังหางานใหม่ และ อย่าลืมแจ้งประกันสังคมหาคุณเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินให้กับประกันสังคมทุกเดือนภายใน 30 วันหลังถูกเลิกจ้าง เราจะได้เงินสมทบจากประกันสังคมอีกก้อนแล้วแต่ว่าเราทำงานและส่งเงินประกันสังคมเป็นเวลานานมาแล้วกี่เดือนหรือกี่ปี

   สำหรับพนักงานที่เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น จะมีให้เลือกอยู่ 3 ทางนั่นก็คือการออกจากสมาชิก โดยพนักงานนั้นจะได้รับเงินที่สะสมไว้ในกองทุนแบบเต็มจำนวน ในกรณีนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำงานมาเป็นเวลานานหลายปีเพราะเงินก้อนนี้จะเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ทำให้คุณนั้นสามารถใช้ชีวิตต่อได้อีกนานกว่าจะหางานใหม่ได้

ต่อมาคือ คงเงินเอาไว้ในบัญชีจนกว่าจะอายุครบ 55 ปี หรือโอนเข้าไปยังบริษัทใหม่ที่เราได้งานในกรณีที่สามารถหางานได้ เหมาะสำหรับคนที่มองว่าจะสามารถหางานใหม่ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วเพราะมีค่าคงสภาพเป็นเงินปีละ 500 บาท และสุดท้ายคือ โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่เราไม่ต้องแบกรับภาระภาษีและไม่ต้องลงทุนเพิ่มต่อเนื่อง แต่ข้อเสียคือเราต้องรอไปจนถึงมีอายุ 55 ปีถึงจะสามารถถอนเงินก้อนนี้ออกมาได้ และ อย่าลืมวางแผนการใช้จ่ายขั้นต่ำ 6 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางด้านการเงินตามมา