ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เรือเกยตื้นคลองสุเอซอีกครั้ง

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เรือเกยตื้นคลองสุเอซอีกครั้ง

25 ตุลาคม 2021 0 By admin admin

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เรือเกยตื้นคลองสุเอซอีกครั้ง

คลองสุเอซ ถือว่าเป็นคลองที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งในโลก  มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคลองแห่งนี้มีประโยชน์ในเรื่องการสัญจรเดินทาง ระหว่างประเทศจากแถบยุโรปเพื่อเข้าสู่ทวีปเอเชีย ซึ่งเดิมทีการข้ามระหว่างสองทวีปนี้ ต้องอ้อมทางทวีปแอฟริกาขึ้นมาก่อน ซึ่งกินเวลาหลายวันมาก หลังจาก คลองสุเอซ เปิดทางลัดขึ้นมา ก็ส่งผลให้ เศรษฐกิจโลก และการส่ง-ออกสินค้า ก็ทำได้โดยสะดวก เปรียบเสมือนการเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

สำหรับผู้ติดตามคงจะทราบข่าวใหญ่ช่วงต้นปี เมื่อ เรือบรรทุกสินค้าของ Ever given ได้เกิดเกยตื้น ปิดเส้นทางการสัญจรที่ คลองสุเอซ ในช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาหลายวันในการกู้เส้นทาง คลองสุเอซ ให้กลับมาสัญจรได้เป็นปกติ เพราะในขณะนั้นเศรษฐกิจโลกต้องหยุดชะงัก ทุกประเทศต่างให้ความสนใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสินค้าที่ส่งออกหรือรอนำเข้าของแต่ละที ต่างต้องจอดรอ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่มหาศาลมาก เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่มักใช้บริการเส้นทางเดินเรือนี้ คือน้ำมันดิบแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่ถือว่าเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมของโลก ซึ่งมีการประเมินกันคร่าวๆว่า มูลค่าความเสียหายในครั้งนั้นอาจสร้างความเสียหายราว 9.6 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เรือเกยตื้นคลองสุเอซอีกครั้ง

หลังจากที่แต่ละฝ่ายร่วมมือกันก็สามารถผ่านวิกฤตครั้งนั้นมาได้ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา มีข่าวรายงานว่าเกิดเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง มี เรื่อบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ของบริษัท Coral Crystal สัญชาติปานามา ที่มีแผนมุ่งหน้าส่งสินค้าขนาด 43,000 ตันไปยังประเทศ ซูดาน แต่เกิดเหตุขัดข้องจนทำให้เรือไม่สามารถแล่นต่อไปได้จอดเกยตื้นอยู่ที่ คลองสุเอซ ทำให้เศรษฐกิจโลก ณ วันนั้น ต่างหยุดชะลอ เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์เพราะหวั่นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย แต่ละประเทศต่างเตรียมวางแผนลดความเสี่ยงและหาทางแก้ไขทันที

สำหรับการเกยตื้นที่คลองสุเอซครั้งนี้ ถือว่าโชคดีมากเพราะด้วย เรือ Coral Crystal  มีขนาดความกว้าง 32 เมตร ยาว 225 เมตร ซึ่งเล็กกว่าความกว้าง คลองสุเอซ   ทำให้การขวางครั้งนี้ ปิดทางสัญจรไปเพียง 1 ช่องทาง จาก 2 ช่อง ซึ่งทำให้การสัญจรบางส่วนยังทำได้ ไม่ถึงขั้น Shut Down เจ้าหน้าที่จึงเร่งระบายเรือในคลองสุเอซ เข้าออกด้วยเส้นทางเดียวให้มากที่สุด ก่อนจะดัน เรือ Coral Crystal  ให้กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง โดยปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 15 นาที เท่านั้น

ทำให้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายไปในวงกว้างเหมือนเหตุการณ์เมื่อ 6 เดือนก่อน แต่การที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันถึง 2 ครั้งในปีเดียว  อาจส่งผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่นของภาครัฐและเอกชนแต่ละประเทศ เพราะ คลองสุเอซ ก็ยังเป็นเส้นทางหลักที่มีมูลค่าการขนส่งสินค้าเป็นอันดับต้นๆของโลก ส่งผลอาจจะมีการประชุมและเรียกร้องให้ทางอียิปต์ผู้เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธ์คลองสุเอซนี้ในปัจจุบัน เร่งหามาตรการการป้องการการติดขัดในการเดินเรือนี้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้งโดยเร็ว

Credit : Posttoday

Credit :The Standard

Credit : Urbancreature